ศรีสะเกษรับหน้าที่เจ้าภาพคิงส์คัพครั้งแรกอย่างเป็นทางการ

สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมกับจังหวัดศรีสะเกษ แถลงข่าวความพร้อมการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทาน คิงส์คัพ ครั้งที่ 52 ณ โรงแรมแกลเลอรี่ ดีไซน์ จังหวัดศรีสะเกษ โดยนับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่ทัวร์นาเมนต์นี้จัดขึ้นที่จังหวัดศรีสะเกษ

การแข่งขันรายการนี้ได้รับการรับรองจากสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) ให้เป็นเกมระดับ A-Match ซึ่งมีผลต่อการคิดคะแนนสะสมอันดับโลก โดยจะฟาดแข้งกันในช่วงปฏิทินฟีฟ่าเดย์ ระหว่างวันที่ 9-17 พฤศจิกายน 2569

ผลประกบคู่รอบรองชนะเลิศ 4 ชาติร่วมดวลแข้ง

ศึกคิงส์คัพครั้งนี้มี 4 ชาติเข้าร่วมแข่งขัน ประกอบด้วย ทีมชาติไทย อันดับ 93 ของโลก, ทีมชาติโอมาน อันดับ 81 ของโลก, ทีมชาติทาจิกิสถาน อันดับ 100 ของโลก และทีมชาติบรูไน อันดับ 196 ของโลก ซึ่งถือเป็นการเข้าร่วมศึกคิงส์คัพเป็นครั้งแรกของทั้งโอมานและบรูไน

สำหรับผลการจับสลากประกบคู่รอบรองชนะเลิศที่จะลงแข่งขันในวันที่ 14 พฤศจิกายน 2569 คู่แรก โอมาน จะพบกับ ทาจิกิสถาน เวลา 16.00 น. และคู่ที่สอง เจ้าภาพ ทีมชาติไทย พบกับ บรูไน เวลา 19.30 น. จากนั้นผู้ชนะจะเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศในวันที่ 17 พฤศจิกายน 2569 เวลา 19.30 น. ส่วนผู้แพ้จะชิงอันดับที่ 3 ในเวลา 16.00 น.

ความพร้อมสนามเกาะกลางน้ำและการเปิดจำหน่ายบัตร

สังเวียนการแข่งขันจะใช้ สนามกีฬาจังหวัดศรีสะเกษ (เกาะกลางน้ำ) ซึ่งได้รับการปรับปรุงระบบไฟส่องสว่าง สภาพพื้นหญ้า และเพิ่มความจุของอัฒจันทร์จาก 15,000 คน เป็น 17,000 คน เพื่อรองรับแฟนบอล พร้อมจัดมาตรการด้านการจราจร ที่พัก และการรักษาความปลอดภัย

บัตรเข้าชมการแข่งขันกำหนดราคาตั้งแต่ 200 ถึง 500 บาท โดยจะเปิดจำหน่ายช่องทางออนไลน์ผ่าน The Concert ตั้งแต่วันที่ 24 ตุลาคม 2569 และจำหน่ายแบบออนไซต์ ณ จุดจำหน่ายหน้าสนาม ระหว่างวันที่ 31 ตุลาคม ถึง 1 พฤศจิกายน 2569 โดยแฟนบอลสามารถรับชมการถ่ายทอดสดได้ผ่านทาง ไทยรัฐ ทีวี ช่อง 32 และแอปพลิเคชัน TrueVisions Now